ความเคลื่อนไหวด้านความมั่นคงทางสังคมในภูมิภาคเอเซีย และแปซิฟิก

455.jpg


          คอลัมน์สถานการณ์อาเซียนในฉบับนี้จะขอนำเสนอความเคลื่อนไหวในด้านความมั่นคงทางสังคมในภาพรวมของภูมิภาค เอเซียและแปซิฟิก ซึ่งประเทศในอาเซียนจำเป็นต้องนำมาเป็นข้อมูล   ในการปรับปรุงการประกันสังคมในประเทศของผู้ประกันตน
          ข้อมูลจากผลการประชุมระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ของสมาคมประกันสังคมระหว่างประเทศ (ISSA) ระหว่างวันที่ 2 - 4 พฤศจิกายน 2558 ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน ซึ่งมี ผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 200 คน จากองค์กรสมาชิกสมาคม ISSA จำนวน 31 องค์กรใน 26 ประเทศ รวมทั้งสำนักงานประกันสังคม ประเทศไทย และองค์กรที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคม ISSA จำนวน 15 องค์กรใน 4 ประเทศ      ระบุว่าภูมิภาคเอเซียและแปซิฟิก เป็นที่อยู่อาศัยของร้อยละ 60 ของประชากรโลก เศรษฐกิจ ของประเทศ ในภูมิภาคนี้จำนวนมากมีการเติบโตและพัฒนา และเป็นแหล่งที่มาของความเจริญรุ่งเรือง การเติบโต ทางเศรษฐกิจ โดยรวมของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกสูงกว่าการเติบโตทาง เศรษฐกิจของภูมิภาคอื่นในโลก สิ่งสำคัญคือการพัฒนาทาง เศรษฐกิจมาจากพันธสัญญาทางการเมืองในเรื่องการขยาย ความคุ้มครองและ การปรับปรุงการประกันสังคม ซึ่งยังคงมี การสร้างความเข้มแข็งของพันธสัญญาทางการเมืองในด้าน การประกันสังคมเนื่องจากผู้กำหนดนโยบายมีความตระหนัก มากขึ้นถึงความจำเป็นของการลงทุนด้านทุนมนุษย์และสังคม ซึ่งความก้าวหน้าที่โดดเด่นนี้ มาจากตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นส่วนมาก ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาพลเมืองกว่าล้านคนทั่วทั้ง ภูมิภาคได้ยกระดับออกจากความยากจน
          ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในภูมิภาคนี้ได้มีการขยายความ คุ้มครองด้านการประกันสังคมเพิ่มขึ้นมากอย่างไม่เคยปรากฏ มาก่อน นอกจากนี้ ยังได้ขยายความคุ้มครองไม่เพียงแต่ สิทธิประโยชน์     กรณีชราภาพ แต่ยังรวมถึงด้านอื่นๆ ของการประกันสังคมโดยเฉพาะด้านสุขภาพและการว่างงาน ในขณะเดียวกันยังมี ความท้าทายด้านอื่นอีกเป็นจำนวนมาก ยังคงจำเป็นต้องทำงานอย่างหนักและสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงในด้านอื่นที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ และเศรษฐกิจตกต่ำ ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกต้องรับมือกับแรงกดดันทาง ประชากรศาสตร์ที่สำคัญด้านประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นและการมีอายุขัยยืนยาว มากขึ้น ปัจจุบันนี้มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 330 ล้านคนในภูมิภาค เอเชียและแปซิฟิกและจะเพิ่มเป็น 2 เท่าในอีก 30 ปีข้างหน้า ในความเป็นจริง ประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกมากกว่าภูมิภาคอื่นในโลกเป็นการเพิ่มแรงผลักดันในระบบการประกันสังคม ในอนาคต และต้องใช้ความพยายามร่วมกันเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการจัดหาเงินทุนอย่าง เพียงพอและแก้ปัญหาได้ในเวลาที่เหมาะสม ระบบการประกันสังคมต้องแสดง ให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการจัดการกับความเปลี่ยนแปลง ในนวัตกรรมใหม่ ซึ่งอาจจะเห็นการพัฒนาที่เกิดขึ้นในการรับมือกับความท้าทาย อื่นๆ ในอนาคต
          Mr. Han-Horst Konkolewsky เลขาธิการสมาคม ISSA ได้ให้ ข้อสังเกตถึงความ คืบหน้าที่สำคัญในการประกันสังคมที่ประสบความสำเร็จในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ประกอบด้วยแนวโน้มหลัก 3 ประการ คือการขยาย ความคุ้มครองทางสังคม ความเป็นเลิศในการบริหาร และการสนับสนุน ทางการเมือง โดยมีรายละเอียดดังนี้

แนวโน้มประการแรกคือการขยายความคุ้มครองทางสังคม

          ประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกมีการดำเนินการที่สำคัญ ในการขยายความคุ้มครองด้านประกันสังคม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการ บริหารการเงิน การออกแบบ และการใช้สิทธิประโยชน์ด้านประกันสังคม โดยมี แนวโน้มที่สำคัญดังนี้
          1. การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในพื้นฐานของความคุ้ มครอง หลักประกันสุขภาพสังเกตได้จากจำนวนของประเทศที่ใกล้จะ เข้าสู่ความคุ้มครองถ้วนหน้าเพื่อการรักษาพยาบาล บางประเทศ อยู่ระหว่างการดำเนินงานตามสัญญาและกำหนดเป้าหมาย คุ้มครองการรักษาพยาบาลแบบถ้วนหน้าในช่วง 10 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีการริเริ่มด้านสิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตรหรือ สงเคราะห์บุตร และการประกันการว่างงาน
          2. แนวโน้มอย่างสำคัญในการจัดตั้งสถาบันดูแลด้าน ความปลอดภัยและสุขภาพในการทำงาน การส่งเสริมสุขภาพที่ เข้มแข็งพร้อมรับมือกับปัจจัยเสี่ยงของโรคเรื้อรัง สิทธิประโยชน์ กรณีพิการควบคู่ไปกับการกลับเข้าทำงาน และล่าสุดการจัดตั้ง โครงการประกันการว่างงานพร้อมกับมาตรการตลาดแรงงาน เชิงรุก
          3. ความพยายามในการขยายความคุ้มครองที่เพิ่มขึ้น ในกลุ่มที่ยากต่อการคุ้มครองในเรื่องของการออกแบบระบบ การบริหารการเงิน และการให้สิทธิประโยชน์โดยเฉพาะในแรงงาน ข้ามชาติ คนทำงานตามบ้าน และแรงงานในชนบท
          4. ความพยายามอย่างมากที่จะสนับสนุนการขยาย โครงการการประกันสังคม ในรูปแบบโครงการทางสังคมแบบ ไม่เก็บเงินสมทบเพื่อประชากรบางส่วนที่ไม่สามารถเข้าถึงโครงการ ประกันสังคมต่างๆ ได้

แนวโน้มประการที่ 2 ความเป็นเลิศในการบริหาร
          ความเป็นเลิศในการบริหาร เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการ ประสบความสำเร็จในการขยายความคุ้มครองด้านประกันสังคม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาความคุ้มครองที่เพียงพอและยั่งยืน สำหรับทุกคน เพิ่มความมุ่งมั่นร่วมกัน สู่ความเป็นเลิศในการ บริหารจัดการการประกันสังคมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก สะท้อนจากความหลากหลายของประเด็นต่างๆ ดังนี้
          ประการแรก การขยายความคิดริเริ่มและโครงการใหม่ ต้องการข้อมูลที่สำคัญและความพยายามในการสื่อสาร รวมถึง ความไว้วางใจของประชาชนถือเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ ความโปร่งใสในการบริหารจัดการและความพยายามที่จะปรับปรุง ด้านต่างๆ ของการบริหารจัดการรวมทั้งการ เพิ่มประสิทธิภาพ ในการสื่อสารและการให้ข้อมูล
          ประการที่สอง การจัดเก็บข้อมูลที่ดีขึ้น การปรับปรุง การยินยอมปฏิบัติตามกฎหมายและการปรับปรุงการขึ้นทะเบียน การเก็บเงินสมทบและการให้สิทธิประโยชน์มุ่งเน้นไปที่ความ เอาใจใส่ ในการ บูรณาการข้อมูล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับการบริหาร จัดการที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลการประสานงาน ระหว่างหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพและการส่งเสริมการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศในด้านการจัดการข้อมูลและการปรับปรุง การเข้าถึงข้อมูล ถือเป็นวิธีที่สำคัญเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
           ประการที่สาม การเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพและความท้าทาย โดยเฉพาะ การบริหารงานประกันสังคมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เนื่องจากลักษณะเฉพาะ ทางภูมิศาสตร์และความหลากหลาย ทางเศรษฐกิจและสังคม สถาบันส่วนใหญ่ จึงได้บูรณาการการให้บริการที่หลากหลาย และส่งเสริมการเข้าถึงบริการ ดิจิตอลที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง การบูรณาการนี้ได้รับการสนับสนุนจากการใช้ นวัตกรรมใหม่ของเทคโนโลยีสารสนเทศ

แนวโน้มประการที่ 3 การสนับสนุนทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นมีการพัฒนา มากมายที่สนับสนุนแนวโน้ม ดังนี้

          ประการแรก การประกันสังคมเป็นที่เข้าใจอย่างกว้างขวางมากขึ้นในฐานะ ของการลงทุนไม่ใช่เป็นค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเข้มแข็งของระบบ ประกันสังคมในการพัฒนาทุนมนุษย์ สุขภาพ การฝึกอบรม และการจ้างงาน ผ่านการบูรณาการที่เพิ่มขึ้นของมาตรการเชิงรุกและเชิงรับ
          ประการที่สอง ระบบประกันสังคมได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นองค์ประกอบที่ สำคัญในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงภายนอก เช่น เศรษฐกิจตกต่ำหรือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ในความเป็นจริง ความสนใจที่เพิ่มขึ้นเรื่องสิทธิประโยชน์ ด้านการว่างงานมิได้ลดลง เนื่องจากผลกระทบเชิงลบของการไม่มีแผนดังกล่าว ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา
           ประการที่สาม ปัญหาการเก็บรวบรวมและการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล ในบางประเทศความท้าทายคือการลงทะเบียนของประชากรที่ไม่มีบัญชีในการลง ทะเบียนอย่างเป็นทางการของรัฐบาลและส่วนใหญ่มักจะอยู่ในภาคนอกระบบ ขณะที่ในบางประเทศจะสนใจประเด็นของข้อมูลส่วนบุคคล ความสำคัญของการป้องกันแหล่งที่มาของข้อมูลและระบบจากการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

แนวโน้มทั้ง 3 ประการ เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด แสดงให้เห็นถึง การรวมตัวกันของสถาบันการประกันสังคมในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศในภูมิภาค ซึ่งส่งผลกระทบทาง สังคมและเศรษฐกิจในเชิงบวก จำเป็นต้องมีระดับความคุ้มครองสูงเพราะมีผลอย่างกว้าง ขวางต่อผู้ที่ยากต่อการคุ้มครองในทางกลับกันต้องอาศัยความเป็นเลิศ ในการบริหารจัดการเพื่อให้แน่ใจว่าการประกันสังคมสามารถเข้าถึงได้