ลดความทุกข์ด้วยจิตที่เป็นสมาธิ

            บางเวลาปัจจัยทางสังคมอาจส่งผลกระทบให้ผู้คนรวมทั้งตัวเรารู้สึกสับสนกังวลใจ ตลอดจนบางช่วงเวลารู้สึกโศกเศร้า หดหู่ใจแต่ละคนจำเป็นต้องจัดการกับจิตใจและความรู้สึกของตัวเองเพื่อให้สู่สภาพที่สมดุลเท่าที่จะทำได้ในทางจิตวิทยาภาวะเป็นทุกข์ไม่ว่าจะมีปัจจัยภายนอกมาเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม ทุกข์มีสาเหตุจากความคิดทางลบ ความรู้สึกเครียดที่สะสมในจิตใจความคิดที่ทำให้เกิดทุกข์เช่น คิดแต่สิ่งที่สูญเสีย คิดอยู่แต่กับอดีตมองโลกในแง่ร้าย กลัวการเปลี่ยนแปลง เมื่อคนเราเผชิญความกดดันต่าง ๆรอบตัว เมื่อประกอบกับความคิดทางลบความรู้สึกเครียดจะสะสมกลายเป็นความวิตกกังวลหรือนานไปก็กลายเป็นความท้อแท้สิ้นหวัง และซึมเศร้าในที่สุดเมื่อคนเรามีทุกข์ไม่ว่าจะเกิดจากความคิดหรือความรู้สึกก็ตามจะพยายามที่จะลืมสิ่งเหล่านั้น อาจจะโดย จัดการกับอารมณ์ด้วยวิธีต่างๆไม่ว่าจะเป็นหายใจลึกๆ การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ตลอดจนการจินตนาการเพื่อให้ความรู้สึกนั้นมันออกจากตัวเรา และเกิดอารมณ์ทางบวกหรือเกิดความสงบและผ่อนคลายเข้ามาแทนที่ จัดการกับความคิดโดยปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ให้เป็นคิดทางบวก (Positive Thinking)


การจัดการทั้ง 2 วิธีนี้

    อาจจะช่วยบรรเทาทุกข์ที่เกิดขึ้นให้มีความคิดความรู้สึกที่เบาบางได้ชั่วคราวแต่ไม่สามารถทำให้สงบได้อย่างถาวรแต่หากสามารถจัดการกับอารมณ์หรือความคิดโดยฝึกทำจิตให้นิ่งเป็นสมาธิไ

ด้แม้จะในช่วงเวลาไม่มากอย่างน้อยจะเกิดประโยชน์ ดังนี้


ยนยน.jpg

1.JPG


1.ลดความคิดฟุ้งซ่าน

เมื่อใดที่รู้ว่าจิตฟุ้งซ่านให้คิดถึงอะไรก็ได้อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงจุดเดียวหรือเรื่องเดียว หรือ จะกำหนดพุท-โธ หรือสวดมนต์เฉพาะบทก็ได้เสร็จแล้วก็เลิกไม่คิดสิ่งนั้นและไม่คิดอะไรอื่นทั้งสิ้นทำจิตให้หมดจดเหมือนน้ำที่ใสสะอาด



2.JPG

2.คิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ เมื่อต้องการจะคิดอะไร

จะสามารถโฟกัสในเรื่องนั้นๆและมีระเบียบทางความคิดและเมื่อไม่ต้องการคิดอีกต่อไปก็จะสามารถเปลี่ยนเรื่องได้ทันทีไม่วุ่นวายกับการคิดหลาย ๆ เรื่องปะปนในช่วงเวลาเดียวกันการคิดแบบนี้เช่นนี้ช่วยให้สมองมีเวลาพักผ่อนชั่วคราวและมีกำลังแข็งแรง



3.JPG


3.จิตยังมั่นคงเมื่อประสบเหตุ

เมื่อต้องประสบเหตุทุกข์ร้อนหรือบรรยากาศที่เศร้าสลดหรืออยูในสภาวะที่น่าตื่นกลัว ก็ไม่เสียใจ ตกใจกลัวหรือดิ้นรนทุรนทุรายจนหมดปัญญาแก้ไข จิตที่สงบ มีสมาธิทำให้เกิดปัญญา และสามารถเห็นหนทางแก้ปัญหาได้ง่าย



4.JPG


4.เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี

การฝืนใจตัวชั่วขณะหนึ่งสามารถเปลี่ยนชีวิตได้ทีเดียวเช่นเดียวกันกับการทำตามใจตัวชั่วขณะหนึ่งก็สามารถทำลายชีวิตได้เช่นกัน




6.JPG


5.มีการทดสอบอยู่เสมอ

การตรวจสอบตนเองเป็นสิ่งสำคัญที่จะได้รู้ว่ากำลังใจมั่นคงขึ้นหรือไม่ความดีความชั่วเพิ่มขึ้นหรือลดลงมากน้อยเพียงใดใจสะดุ้งหวาดกลัวอยู่หรือเปล่าให้ทดสอบพลังจิตอยู่เนืองๆอย่างนี้



5.JPG

6.ไม่เผอเรอ

เพราะจิตตานุภาพ การสะดุ้งตกใจหรือเสียใจ ความกลัวความกังวล เป็นสาเหตุให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บและบั่นทอนสุขภาพจิตคนไข้หากสุขภาพจิตดีก็หายไว เจ็บป่วยไม่นานก็ทุเลา



จะสังเกตได้ว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต มักเป็นคนที่จิตมีพลัง นิ่งไม่ฟุ้งซ่าน และ ต้องมีความเชื่อมั่นในตนเอง ย่อมเป็นการดีถ้าสามารถฝึกหัดบังคับ จิตใจให้นิ่ง ฝึกสมาธิ เมื่อมีโอกาสจะช่วยฝึกฝนให้จิตไม่ฟุ้งซ่าน เมื่อพานพบกับเรื่องที่ไม่ปรารถนาเรื่องที่ทำให้เศร้าเสียใจ หวาดกลัว หรือโกรธ ท่านก็จะนิ่งและใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาต่างๆได้


โดย สำนักงานประกันสังคม

ข้อมูลบางส่วนจาก www.kroobannok.com/blog/10422, www.dmh.go.th/news