การขยายความคุ้มครองสู่แรงงานนอกระบบในอินโดนีเซีย

aec2.jpg

            การบริหารงานเพื่อความมั่นคงทางสังคมของอินโดนีเซียมีการปฏิรูปครั้งใหม่ซึ่งแต่เดิมองค์กร JAMSO STEK หรือ Employees Social Security System เป็นรัฐวิสาหกิจ มุ่งเน้นผลกำไรให้ความคุ้มครองเฉพาะลูกจ้างภาคในระบบประกอบด้วย กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และระบบประกันสังคมคุ้มครองเฉพาะกรณีรักษาพยาบาล ค่าทำศพ และกรณีประสบอันตรายจากการทำงาน
            เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2558 ได้มีการจัดตั้งองค์กรใหม่คือ BPJS โดยโอนย้ายงานของ JAMSO STEK เข้ามาอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ BPJS ซึ่งเป็นองค์กรของภาครัฐที่ไม่แสวงผลกำไรให้ความคุ้มครองทั้งภาคในระบบและภาคนอกระบบโดยให้ความคุ้มครอง กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กรณีประสบอันตรายจากการทำงาน กรณีตาย และกองทุนบำนาญ โดยมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในการดำเนินงาน
            การที่อินโดนีเซียจำเป็นต้องขยายความคุ้มครองสู่แรงงานนอกระบบเนื่องจากกำลังแรงงานของอินโดนีเซีย จำนวน 114.38 ล้านคน เป็นแรงงานนอกระบบถึง 67.9 ล้านคนที่เหลืออีก 46.47 ล้านคน เป็นคนงานภาคในระบบ ทั้งนี้ แรงงานนอกระบบ 50.4 % เป็นชาวนาชาวไร่ ผู้ทำอาชีพป่าไม้ และประมง  รองลงมา 25.1 % ทำการค้า ภัตตาคาร และโรงแรมที่พัก มีภาคอุตสาหกรรมเพียง 6.6 %  การให้บริการแก่บุคคลและสังคม 6.5 % ก่อสร้าง 6 % กิจการขนส่ง คลังเก็บสินค้า และการสื่อสาร 3.9 % นอกนั้นเป็นกิจการเหมืองแร่ ผู้ที่ทำงานในสถาบันการเงิน กิจการอสังหาริมทรัพย์และงานบริการ ตลอดจนกิจการไฟฟ้า และแก๊ส
            ประเด็นความท้าทายในการคุ้มครองภาคนอกระบบคือ ลักษณะพิเศษด้านพฤติกรรม ความสามารถในการจ่ายเงินสมทบ ความต่อเนื่องของรายได้การยอมรับระบบความมั่นคงทางสังคม ความตั้งใจที่จะซื้อประกันหรือจ่ายเงินสมทบ การยอมรับนับถือชื่อเสียงของผู้รับประกันเป็นต้น ดังนั้น BPJS จึงได้ ดำเนินการสำรวจตลาดในกลุ่มประมง กลุ่มการค้า พ่อค้าเร่ คนขับรถในกิจการขนส่งมวลชน สถานประกอบการขนาดเล็กและชาวไร่ชาวนา ใน 9 เมือง โดยเป็นการสำรวจเชิงปริมาณด้วยการสอบถาม 400 ราย ผลที่ได้รับคือกลุ่มตัวอย่างยังลังเลที่จะติดต่อกับธนาคารและร้านค้าสมัยใหม่แม้แต่ที่สำนักงานของ BPJS ถ้าจะมีการจ่ายเงินสมทบประสงค์ที่จะจ่ายกับเพื่อนบ้านที่เป็นตัวแทนมากกว่า แต่ก็มีความประสงค์จะจ่ายเงินสมทบเข้าโครงการทั้งแบบรายวันและรายเดือนหรือจ่ายตามช่วงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต มีความต้องการจะได้รับความคุ้มครองกรณีรักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร กรณีสูญเสียรายได้ ประสบอันตรายจากการทำงานและที่อยู่อาศัย
            BPJS ดำเนินงานโดยมีปัจจัยสำคัญที่จะบรรลุผลสำเร็จในเรื่องของการสื่อสาร ให้ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายในเรื่องของผลประโยชน์ที่จะได้รับ จำนวนเงินที่จะต้องจ่าย วิธีการขึ้นทะเบียนจ่ายเงินสมทบและรับสิทธิประโยชน์ ขณะนี้กำลังดำเนินงานเพียงการเข้าถึงช่องทางต่างๆโดยสะดวกและค่าใช้จ่ายต่ำ เช่น ธนาคาร บริษัทที่สื่อสารคมนาคม การจ่ายตามจุดรับเงิน การทำธุรกรรม ด้วยตนเอง ผ่านเวปไซต์ และแอพพลิเคชั่นในมือถือ เป็นต้น
            ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2558 BPJS มีสมาชิกนอกระบบจำนวน 673,000 คน การให้บริการ ณ ขณะนี้มีการให้บริการผ่านธนาคาร ณ สำนักงาน BPJS และ Payment Point Online Banking (PPOB) ช่องทางภายใต้การบริหารจัดการของ PPOB ประกอบด้วยการขึ้นทะเบียน 3 ทางได้แก่ สมาร์ทโฟน ธนาคารและมาขึ้นทะเบียนด้วยตนเองที่สำนักงาน เมื่อผ่านการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ก็สามารถชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟน ธนาคาร หรือมาชำระเงินเองที่สำนักงาน อย่างไรก็ตาม BPJS ยังอยู่ระหว่างการจัดทำช่องทาง PPOB ให้เหมาะสมเพื่อพัฒนาการให้บริการแก่สมาชิกต่อไปในอนาคต




โดย...สำนักงานประกันสังคม